ข้ามไปเนื้อหา
เอกสารราชการ

แจ้ง ตม.30 ทีละขั้น สำหรับที่พักขนาดเล็ก

ที่พักที่รับแขกต่างชาติมีหน้าที่แจ้ง ตม.30 ภายใน 24 ชั่วโมง บทความนี้สรุปว่าใครต้องแจ้ง แจ้งทางไหนได้บ้าง ต้องเตรียมข้อมูลอะไร และจุดที่ที่พักเล็กมักพลาด

แขกต่างชาติเช็คอินตอนบ่ายสี่ พรุ่งนี้บ่ายสี่คือเส้นตาย ปัญหาของที่พักเล็กมักไม่ใช่การไม่รู้ว่าต้องแจ้ง ตม.30 แต่คือไม่มีใครถือรายการว่าตอนนี้ใครยังไม่ได้แจ้ง และเหลือเวลาอีกเท่าไหร่

ใครต้องแจ้ง และภายในเมื่อไหร่

หน้าที่นี้มาจากพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 ซึ่งกำหนดให้เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน รวมถึงผู้จัดการโรงแรม ที่รับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย

จุดที่หลายที่พักเข้าใจผิดมี 3 ข้อ

  1. นับจากเวลาเข้าพักจริง ไม่ใช่วันที่จอง ถ้าแขกเช็คอินดึก เส้นตายก็เลื่อนตามไปด้วย
  2. ผูกพันทุกที่พักที่รับแขกต่างชาติ ไม่ว่าจะจดทะเบียนโรงแรมหรือไม่ก็ตาม เพราะกฎหมายเขียนครอบคลุมถึงเจ้าบ้านและผู้ครอบครองเคหสถานด้วย ต่างจาก ทะเบียนผู้พัก ร.ร.4 ที่มาจากกฎหมายโรงแรมคนละฉบับ
  3. แจ้งเฉพาะคนต่างด้าว แขกคนไทยไม่ต้องแจ้ง ตม.30 แต่ยังต้องบันทึกตามงานทะเบียนผู้พักตามปกติ

การแจ้งทำที่ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองในท้องที่ ถ้าท้องที่นั้นไม่มีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้แจ้งที่สถานีตำรวจในท้องที่ การไม่แจ้งมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยอัตราสำหรับผู้จัดการโรงแรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป

แจ้งได้ทางไหนบ้าง

ช่องทางเหมาะกับข้อควรรู้
ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจที่พักที่อยู่ใกล้สำนักงาน ตม.ต้องเผื่อเวลาเดินทางให้ทันกรอบ 24 ชั่วโมง
ไปรษณีย์ลงทะเบียนที่พักในพื้นที่ห่างไกลต้องเผื่อเวลาส่ง เก็บหลักฐานการส่งไว้
ระบบออนไลน์ที่พักที่มีแขกต่างชาติสม่ำเสมอใช้เว็บ tm30.immigration.go.th

ระบบออนไลน์ปัจจุบันเป็นระบบที่เปิดใช้ตั้งแต่ 15 กันยายน 2566 ที่พักที่เคยมีบัญชีในระบบเดิมต้องลงทะเบียนใหม่ก่อนใช้งาน ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียน ให้เตรียมเอกสารแสดงสิทธิ์ในสถานที่พักและหลักฐานตัวตนของผู้แจ้งไว้ก่อน เพราะขั้นตอนลงทะเบียนใช้เวลาและอาจต้องรอการอนุมัติ ซึ่งทำไม่ทันถ้ารอจนแขกต่างชาติมาถึงแล้วค่อยเริ่ม

ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนแจ้ง

ข้อมูลทั้งหมดควรถูกเก็บตั้งแต่ตอน check-in ผ่านบัตรลงทะเบียนผู้เข้าพัก ไม่ใช่ไปตามเก็บทีหลัง รายการที่ต้องใช้ในไฟล์อัปโหลดคือ ชื่อ นามสกุล เพศ เลขหนังสือเดินทาง สัญชาติ วันเกิด วันเข้าพัก วันออก และเบอร์ติดต่อ

สามเรื่องที่ทำให้ข้อมูลใช้ไม่ได้บ่อยที่สุด

  • เก็บเลขบัตรประชาชนแทนเลขหนังสือเดินทาง เกิดขึ้นเมื่อพนักงานคุ้นกับการกรอกแขกคนไทย
  • ไม่ระบุเพศ ระบบต้องการค่า M หรือ F ชัดเจน
  • กรอกสัญชาติเป็นภาษาไทยแบบย่อ เช่น เขียนว่า "อังกฤษ" ปนกับ "สหราชอาณาจักร" ทำให้แปลงเป็นชื่อสัญชาติภาษาอังกฤษไม่ตรง

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ บัตร ตม.6 แบบกระดาษถูกยกเลิกและแทนที่ด้วยระบบ TDAC ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568 ดังนั้นอย่าตั้งขั้นตอนภายในที่ให้พนักงานไปขอ "เลขบัตร ตม.6" จากแขก เพราะแขกจำนวนมากจะไม่มีให้แล้ว

จุดที่ที่พักเล็กมักพลาด

คนส่วนใหญ่ไม่ได้ลืมเพราะไม่รู้กฎหมาย แต่ลืมเพราะไม่มีที่เดียวที่บอกว่าใครค้างแจ้ง โดยเฉพาะวันที่มีแขกเข้าหลายคณะ หรือวันที่คนรับแขกกับคนแจ้งเป็นคนละคนและทำงานคนละกะ

รูปแบบความผิดพลาดที่พบซ้ำ ๆ คือ เก็บข้อมูลไม่ครบตอนรับแขกแล้วต้องตามถ่ายหน้าหนังสือเดินทางย้อนหลัง ไม่ได้บันทึกว่ารายไหนแจ้งไปแล้วจึงแจ้งซ้ำหรือลืมแจ้ง และรู้ตัวอีกทีตอนเลยเวลาไปแล้ว

ระบบจัดการที่พักช่วยลดงานตรงนี้ได้ในขอบเขตที่ชัดเจน คือ รวมคิวแขกต่างชาติที่ยังไม่ได้แจ้ง แสดงว่าเหลือเวลาอีกกี่ชั่วโมง และเตรียมไฟล์ให้พร้อมยื่น ส่วนการยื่นจริงยังต้องทำผ่านบัญชีของที่พักเองที่เว็บของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วกลับมาบันทึกในระบบว่าแจ้งแล้ว สิ่งที่ประหยัดคือการไล่พิมพ์ชื่อซ้ำและการลืมกำหนดเวลา ไม่ใช่ขั้นตอนอัปโหลด

เส้นตาย 24 ชั่วโมงไม่ได้เริ่มนับตอนคุณนึกขึ้นได้ แต่เริ่มนับตั้งแต่แขกวางกระเป๋าลงในห้อง

ถ้ายังไม่พร้อมใช้ระบบ อย่างน้อยให้เปิดรายการเดียวที่เขียนว่าใครเข้าพักวันไหน เวลาไหน และแจ้งแล้วหรือยัง แล้วเช็ครายการนั้นทุกเช้าก่อนเริ่มงาน วิธีนี้กันการลืมได้เกือบทั้งหมดโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย รายละเอียดของช่องทางแจ้ง เอกสารที่ต้องใช้ และแนวปฏิบัติในกรณีเฉพาะ เช่น แขกคนเดิมกลับมาพักซ้ำหรือย้ายห้องระหว่างพัก ขึ้นกับแนวทางของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในแต่ละพื้นที่ ควรสอบถามกับ ตม. ในพื้นที่ก่อนวางขั้นตอนภายในของที่พัก

สรุป

ตม.30 ไม่ใช่งานยาก แต่เป็นงานที่พลาดง่ายเพราะผูกกับเวลา ที่พักที่ทำได้สม่ำเสมอมักไม่ได้ขยันกว่า เพียงแต่เก็บข้อมูลครบตั้งแต่นาทีที่รับแขก และมีรายการเดียวที่บอกว่าใครยังค้าง อ่านต่อเรื่องทะเบียนผู้พัก ร.ร.4 ซึ่งเป็นเอกสารคนละฉบับที่หลายที่พักต้องทำควบคู่กัน และการจัดการ check-in / check-out ที่เป็นต้นทางของข้อมูลทั้งหมด